เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
ปทุมธานี, ปทุมธานี, Thailand
นางสาวจันทิมา ขำเนียม รหัส 51112517074 คณะ โรงเรียนการเรือน เอก คหกรรมศาสตร์ วิชา เทคโนโลยีสารสนเทศ ตอนเรียน U1
Powered By Blogger

วันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

บทที่ 10 นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต

บทที่ 10


 นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต


                 นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคตเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและคุณภาพชีวิตของประเทศ  ซึ่งก่อให้เกิการเปลี่ยนแปลงเชิงสังคมและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์อย่างมากมาย ทำให้เกิการเปลียนแปลงโครงสร้างทางสังคมมากขึ้น
               ความหมายของนวัตกรรม บางครั้งอาจจะมีความสับสนในการใช้ความหมายระหว่างคำว่า นวัตกรรม และ ประดิษฐกรรม ตัวอย่างเช่น หากท่านเป็นนักวิจัยและพัฒนาที่ทำงานอยู่ในห้องปฏิบัติการที่มีความเชี่ยวชาญ มีความสามารถในการประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ได้เป็นอย่างดี แต่ไม่สามารถนำความคิดเหล่านั้นไปใช้หรือประยุกต์ใช้ในโลกของความเป็นจริงได้

                นวัตกรรมใหม่
                      1. เคลฟเวอร์ ยานยนต์จิ๋วแห่งอนาคต
                      2. หุ่นยนต์เลียนแบบมนุษญ์ตัวจิ๋ว
                      3. ไอโบสัตว์เลี้ยงยุคจิติทอล
              การศึกษานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศในอนคตเป็ฯสิ่งที่มีจำเป็ฯ เพื่อเป็ฯการเตรียมของความพร้อมของตนเองให้ความรู้เท่าทันความก้าวหน้าด้านเทคโนโลย๊ต่างๆเพื่อให้สามารถนำความรู้และทักษะที่ได้มาประยุกต์ใช้ในการทำงานของตนเอง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่มีความสำคัญ เช่น 3G สู่ 4G เทคโนโลยีสื่อสารไรสาย , Grid Computing : เทคโนโลยี IT ของโลกอนาคต , m-Commerce , Management Cockpit ส่วนเท๕โนโลยีสารสนเทศกับการศึกษาในโลกอนคตได้แก่ m-Learning , RF-ID , กำแพงความรู้ และการก้าวสู่ นิเวศน์อิเล็กทรอนิกส์  

บทที่ 9 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

บทที่ 9 

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ


การพัฒนาใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่สำคัญไว้ 5 กลุ่ม
           1. รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ( e - Government )   เป็นวิธีการบริหารจัดการภาครัฐสมัยใหม่ โดยการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเครือข่ายสื่อสารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภาครัฐ ปรับปรุงการบริการแก่ประชาชน การบริการด้านข้อมูลและสารสนเทศเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม และทำให้ประชาชนมีความใกล้ชิดกับภาครัฐมากขึ้น
           2. การพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce) เป็นการทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจที่ผ่านสื่อิเล็กทรอนิกส์ เช่น การซื้อเสื้อผ้า บริการ การโฆษณาสินค้า การชำระเงิน การโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ การขนส่งสินค้า เป็นต้นอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ประกอบด้วยอุปกรณ์เทคโนโลยี
           3. อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ( e-industry ) เป็นการสร้างความเข้มแข้งของภาคอุตสาหกรรมการผลิต โดยใช้เทคโนโลยัสารสนเทศเป็ฯเครื่องมือทีสำคัญ เพื่อเป้าหมายสำคัญในการสร้างความสารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม 
            4. การศึกษาอิเล็กทรนิกส์ ( e - Education ) เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้กระบวนการจัดระบบการศึกษา (Education System) เป็นการทำงานตามขั้นตอน (Workflow) เป็นไปอย่างอัตโนมัตจนเสร็จสิ้นบนระบบเครือข่าย อีกทั้งเป็นเครื่องมือที่ช่วยสถาบันการศึกษา องค์การจัดการศึกษา องค์การจัดการศึกษา ตลอดจนผู้ศึกษาหรือผู้เรียนลดค่าใช้จ่ายจากการที่ใช้บริการผ่านเครือข่าย
             5. สังคมอิเล็กทรอนิกส์ (e – Society ) ยุทธศาสตร์ของ e – Society ได้มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักการและแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เช่น ส่งเสริมการพัฒนาระบบพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ของชุมชนเพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง โดยเฉพาะการพัฒนาการเกษตรและธุรกิจการเกษตรครบวงจร ทั้งนี้จะได้มีโอกาศสร้างความพอเพียงและทั่วถึงในความเป็นอยู่

บทที 8 กฏหมายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ

บทที 8

 

กฏหมายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ


              ในโลกปัจจุบันที่มีการเชื่อมต่อโยงถึงกันและกันอย่างกว้างขวาง และมีการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศไปอย่างรวดเร็ว ปัญหาทีเกิดจากรูปแบบการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้ในทางที่ผิดมีแนวโน้มมากขึ้น จากการทีมีผู้ใช้เป็ฯจำนวนมาก ทำให้มีการแอบแฝงปะปนจากกลุ่มคนร้ายที่นำเทคโนโลยีมาใช้แสวงหาผลปรโยชน์ให้แก่ตนเอง                    
             จริยธรรม หมายถึง ความพึงประพฤปฏิบัติตามค่านิยมที่พึงประสงค์ โดยใช้วิชาจริยศาสตร์ศึกษาพฤติกรรมด้านคุณค่า สามารถวิเคราะห์ค่านิยมที่เป็นคู่กัน สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งใดดีควรกระทำ และสิ่งใดควรละเว้น จริยธรรมที่เกียวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ แบ่งได้ 4 ด้าน 
     1. ความเป็ฯส่วนตัว
     2. ความถูกต้อง
     3. ความเป็ฯเจ้าของ
     4. การเข้าถึงข้อมูล

             อาชญากรทางคอมพิวเตอร์ คือบุคคลที่มีความรู้ความชำนาญในด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี แต่นำความรู้ ความเชี่ยวชาญนั้นไปใช้ในทางที่ผิด ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก
             แฮกเกอร์ (Hacker) คือผู้ที่มีความชำนาญ และเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีมีความสนใจในเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมาก และชอบทดสอบความรู้ใหม่ๆ หรือความชำนาญ โดยการเจาะระบบต่างๆเพื่อความสนุกสนานและการเรียนรู้ แต่ไม่ได้เข้าไปทำลายระบบ ซึ่งแฮกเกอร์มักเป็นผู้ที่ค้นพบช่องโหว่ หรือข้อผิดพลาดของระบบ
            แครกเกอร์ (Cracker) คือผู้ที่มีเจตนาร้ายทำการเจาะ บุกรุกระบบ หรือเครื่องคอมพิวเตอร์คนอื่นเพื่อเข้าไปทำลาย ขโมยข้อมูล สร้างความปั่นป่วนให้กับองค์กรที่เข้าไปก่อกวน
            การก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์นั้นมีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่รูปแบบพื้นฐานที่พบเจอบ่อย ที่สุดจำพวกไวรัส ไปจนถึงการใช้เป็นช่องทางในการหลอกลวงบุคคลอื่น

บทที่ 7 เทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการความรู้

บทที่ 7

 

เทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการความรู้


          การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจัดการความรู้ทำให้เกิดการพัฒนาระบบการจัดการความรู้ หรือ เคเอ็มเอส (Knowledge Management System : KMS ) ที่ช่วยให้การจัดการความรู้มีความง่ายและสะดวกขึ้น
    โลกยุคเศรษฐกิจฐานความรู้ปัจจุบันความรู้กลายเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญในทุกด้านส่งผลให้การศึกษา เรื่องเทคโนโลยีวารสนเทศเพื่อการจัดการองค์กรความรู้ เพื่อเป็นพื้นฐานในการศึกษาเรื่องที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดความเข้าใจและเห็นถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เพื่อจัดการความรู้ยิ่งขึ้น

กระบวนการจัดการความรู้
     1. การกำหนดเป็าหมายความรู้ (Knowledge Desired)
     2. การสร้างหรือจัดหาความรู้ ( Knowledge Creation หรือ ( Knowledge Acquisition )
     3. การกลั่นกรองและคัดเลือกความรู้ (Knowledge Classified )
     4. การเก็บความรู้ให้เป็นระบบ (Knowledge Saving System )
     5. การใช้ความรู้ ( Knowledge Utilization )
     6. การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนความรู้ ( Knowledge Sharing )
     7. การประยุกต์ความรู้ (Knowledge Applied )
     8. การประมวลผลและวัดผลความรู้ (Knowledge Codifcation & Knowledge Measured )
     9. การยกย่องชมเชยและให้รางวัล ( To praise & Take a gift )
     10. การเผยแพร่ความรู้ ( Knowledge Distribution )


รูปแบบเทคโนโลยีสารสนเทศกับกระบวนการจัดการความรู้
     1.เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการรวบรวมและการจัดการความรู้ที่ปรากฏ
     2.เทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในการสร้างความรู้
     3.เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเข้าถึงความรู้ที่ปรากฏ
     4.เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการประยุกต์ใช้ความรู้
     5.เทคโนโลยีสารสนเทศสนับสนุนการจัดการความรู้โดยนัย
     6.เทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในกระประมวลความรู้
ความสำคัญของการจัดการความรู้
     1.ขึ้นอยู่กับการดำเนินการและการจัดการที่ใช้ความรู้เป็นพื้นฐาน
     2.มีโครงสร้างแบบเครือข่าย
     3.การเข้าถึงความรู้เป็นเงื่อนไขจำเป็น
     4.มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ คือลักษณะของงาน ของเขตอาชีพ และทักษะที่ต้องการ
ประโยชน์ของการจัดการความรู้
     1.การป้องกันความรู้สูญหาย
     2.การเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ
     3.ความสามารถในการปรับตัว
     4.ความได้เปรียบในการแข่งขัน
     5.การพัฒนาทรัพย์สิน
     6.การยกระดับผลิตภัณฑ์
     7.การบริหารลูกค้า
     8.การลงทุนทางทรัพยากรบุคคล



บทที่ 6 การจัดการสารสนเทศและระบบสารสนเทศ

บทที่ 6


การจัดการสารสนเทศและระบบสารสนเทศ


         ปัจจุบันมักจะพูดถึงระบบสารสนเทศกันมาก การดำเนินงานเกือบทุกขั้นตอนจะต้องมีสารสนเทศเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เช่น ร้านค้าขายสินค้าก็จะมีข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลการขาย เป็นต้น ซึ่งเป็นข้อมูลทีนำมาใช้สร้างสารสนเทศ สารสนเทศต่างๆเหล่านี้จะทำให้ผู้จัดการรู้ว่าการขายสินค้าเป็นอย่างไร สินค้าอะไรขายดี มีจำนวนสินค้าเหลืออยู่ในร้านเท่าไรจะต้องสั่งสินค้าเพิ่มขึ้นเท่าไร สารสนเทศจึงเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน
        ปัจจุบัน ระบบสารสนเทศ (Information System) มักเตรียมได้จากระบบคอมพิวเตอร์ จึงเรียก ระบบสารสนเทศด้วยคอมพิวเตอร์(CBIS : Computer-based Information Systems) ซึ่งก็คือ ระบบสารสนเทศที่ได้จากการใช้คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่ในการรับข้อมูล ประมวลผลและส่งผลลัพธ์ออกมาและทำการประเมินผลสารสนเทศเพื่อนำผลย้อนมาปรับปรุงข้อมูล เพื่อให้ได้สารสนเทศตามที่องค์กรต้องการ
ประโยชน์ของระบบสารสนเทศ 
  1. เพิมประสิทธิภาพในการทำงาน
  2. เพิ่มผลผลิต
  3. เพิ่มคุณภาพในการบริการลูกค้า
  4. สร้างทางเลือกในการแข่งขัน

          ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบันทำให้มีการตื่นตัวในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้งาน โดยเฉพาะในภาคธุรกิจได้มีการนำเท๕โนโลยีสารสนเทศมาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เพราะเทคโดนโลยีสารสนเทศเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานทุกระดับในองค์กร สารสนเทศเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานขององค์กรในยุคปัจจุบัน



บทที่ 5 ฐานข้อมูลและการสืบค้น

บทที่ 5
 ฐานข้อมูลและการสืบค้น
                  การดำเนินชีวิตในปัจจุบันของแต่ละคนจะเกี่ยวข้องกับข้อมูลทั้งสิ้น เช่น การลงทะเบียน การค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต การซื้อสินค้าจากห้างสรรพสินค้า และการฝากถอนเงิน เป็นต้น

                        ฐานข้อมูล คือ การรวบรวมข้อมูลที่เราต้องการจะจัดเก็บ ซึ่งต้องมีความสัมพันธ์กันหรือเป็นเรื่องเดียวกันไว้ด้วยกัน เพื่อสะดวกในการใช้งาน ข้อมูลทีจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลมีอยู่หลายชนิด ได้แก่ ข้อมูลทีเป็นตัวอักษรหรือข้อความ ข้อมูลเชิงจำนวน ข้อมูลวันที ข้อมูลภาพ และข้อมูลเสียง 



ฐานข้อมูลกับการสืบคันมีความสำคัญกับทุกคน โดยเฉพาะยิ่งนักศึกษาที่ต้องการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ หรือต้องการหาข้อมูลประกอบการทำรายงาน ทำวิจัย และทำวิทยานิพนธ์เมื่อศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น จึงมีความจำเป็ฯที่จะต้องรู้ว่า ข้อมูลที่เราต้องการมีอยู่ในรูปแบบใดบ้าง ทั้งทีเป็นซีดีรอม และในอินเทอร์เน็ต



บทที่ 4 อินเตอร์เน็ต

บทที่ 4


อินเตอร์เน็ต


                            อินเตอร์เน็ต (Internet)มาจากคำว่า Inter Connection Network หมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีการเชื่อมต่อถึงกันทั่วโลกลักษณะเสมือนใยแมงมุม โดยมีมาตรฐานการรับส่งข้อมูลระหว่างกันเป็นหนึ่งเดียว แต่ละจุดที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตสามารถสื่อสารกันได้หลายเส้นทางโดยไม่กำหนดตายตัว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้

                            อินเตอร์เน็ตมีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต การพัฒนาด้านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตยังคงดำเนินต่อไป เพื่อตอบสนองความต้องการการใช้อินเทอร์เน็ตทีมีมากขึ้นทุกขณะ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงรูปแบบต่างๆ จะเป็นทางเลือกใหม่นอกเหนือจากการเชื่อมต่อผ่านระบบโทรศัพแบบปกติ ทั้งนี้เพราะสามารถในการรับส่งข้อมูลข่าวที่มีประสิทธิภาพ การประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตจะเพิ่มมากขึ้น เพื่อตอบรับวิถีแห่งการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไปของสังคมในยุคปัจจุบัน

บทที่ 3 เทคโนโลยีสื่อสารข้อมูลและระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

บทที่ 3 

เทคโนโลยีสื่อสารข้อมูลและระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์


           คอมพิวเตอร์ (Computer Network)คือ เป็นระบบที่มีคอมพิวเตอร์ตั้งแต่สองเครื่องเชื่อมต่อกันโดยใช้ โดยใช่สื่อกลางและสามารถสื่อสารข้อมูลระหว่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทำให้คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง  สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันได้ยังสามารถใช้ทรัพยากร ( Resources ) ที่มีอยู่ในเครือข่ายร่วมกันได้ เช่น เครื่องพิมพ์ เครื่องสแกน เป็นต้น เมื่อมีการเชื่องต่อกับเครือข่ายอื่นๆที่อยู่ห่างไกล เช่น ระบบอินเตอร์เน็ตซึ่งเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคนทั่วโลก โดยใช้แอพลิเคชั่น เช่น เว็บไซต์ การโอนย้ายไฟล์ (FTP) และการใช้อีเมล เป็นต้น

       ในปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารและเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและไปอย่างรวดเร็วมีการนำความสามารถบางอย่างของอุปกรณ์เข้าด้วยกัน เช่นความสามารถของโทรศัพท์เคลื่อนที่ในยุคปัจจุบัน มีความสารถทำงานได้เช่นเดียวหรือใกล้เคียงกับคอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตามการที่นำเทคโนโลยีไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นทีต้องสร้าวงโครงสร้างพื้นฐานทีดี เหมาะสมกับอุปกรณ์การสื่อสารแต่ละประเภท

บทที่ 2 เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

บทที่ 2 

เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์


          คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มนุษย์เป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้นมา ความสามารถในการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเด่นหลายประการที่ทำให้คอมพิวเตอร์แตกต่างจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อื่นๆ ดังนี้
1.             การปฏิบัติงานอัตโนมัติ (Self Acting)
2.             ความเร็ว (Speed)
3.             การจัดเก็บข้อมูล (Storage)
4.             ความน่าเชื่อถือ (Reliability)
5.             ความถูกต้องแม่นยำ (Accuracy)
6.             ทำงานซ้ำๆ (Repeatability)
7.             การติดต่อสื่อสาร (Communication)
การแบ่งประเภทของคอมพิวเตอร์ในที่นี้จะแบ่งคอมพิวเตอร์ตามสมรรถนะและประสิทธิภาพในปรม
ผลของเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นหลัก
1.             ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer)
2.             เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer)
3.             มินิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer)
4.             ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer)

                 คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินงานของทุกๆ องค์กร เพราะคอมพิวเตอร์ช่ายเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน คอมพิวเตอร์มีหลากหลายประเภทการเลือกใช้ขึ้นอยู่กับลักษณะของงานเป็นหลัก องค์ประกอบที่สำคัญของระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วย ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ บุคลากร ระเบียบปฏิบัติ ข้อมูลปละสารสนเทศเพื่อประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าข้อมูลที่ทันสมัยและพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้มากยิ่งขึ้น

บทที่ 1 ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

บทที่1 

ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร


         ปัจจุบันหน่วยภาครัฐและเอกชนต่างนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา การแข่งขัน และการขับเคลื่อนองค์กรมีการเชื่องโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันบนเครือข่ายทั้งอินเตอร์เน็ต (Internet) อินทราเน็ต (Intranet) และเอ๊กซ์ทราเน็ต ( Extra net ) ขณะทีปัจจัยบุคคลต่างๆก็นำมาใช่ในการศึกษาหาความรู้ และความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารจึงมีความสำคัญและมีบทบาทต่อการพัฒนาในทุกภาคส่วน 

      ผู้คนที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบบันและต่อไปในอนาคตจำเป็นที่จะต้องมีความู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่มีเนื้อหาสาระครอบคลุมเทคโนโลยีสองด้านคือเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสารได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตผู้คนทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเรื่องการเมือง เศรษฐกิจการศึกษา การทำงาน การรักษาโรค และการบันเทิง เป็นต้น ซึ่งความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผู้คนในประเทศใดๆ ก็ตามสามารถใช้เป็นตัวชื้วัดความเจริญก้าวหน้าของประเทศ